วันศุกร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

บทที่ 2 :ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง


ผลงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

1. รายงานการวิจัยของ วีรพงษ์  อินพานิช ศึกษาเรื่อง “การวิเคราะห์โครงสร้างตลาดและพฤติกรรมการแข่งขันของผู้ประกอบการในตลาดพระเครื่อง กรณีศึกษา  พระเครื่องหลวงปู่ทวดวัดช้างไห้  จังหวัดปัตตานี”  โดยงานวิจัยนี้ได้ศึกษาตัวแปรเกี่ยวกับ  โครงสร้างตลาดพระเครื่อง (Market Structure ) พฤติกรรมของผู้ผลิตและ  ผลประกอบการของผู้ผลิต

สำหรับวิธีการศึกษานั้นได้ใช้การวิจัย  โดยใช้วิธีการวิเคราะห์พรรณา( Descriptive Analysis ) โดยนำทฤษฎี Structure – Conduct-Performance Approach เป็นเครื่องมือในการพิจาณาว่าเป็นโครงสร้างทางการตลาด  พฤติกรรมผู้ประกอบการและผลกระทบทางธุรกิจ  ว่ามีปฏิสัมพันธ์อย่างไร  พฤติกรรมการแข่งขันของผู้ประกอบการ  ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันด้านราคาหรือการแข่งขันที่ไม่ใช่ราคาเป็นอย่างไร  เมื่อผ็ประกอบการได้ใช้กลยุทธ์และนโยบายใด  ในการแข่งขันโดยการวิเคราะห์เป็ฯลำดับขั้นและชี้ให้เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างกัน

ผลการศึกษาพบว่า  มูลเหตุของการนิยมสะสมพระเครื่องหลวงปู่ทวด  ส่วนใหญ่นิยมสะสมไง้เพื่อเป็นเครื่องคุ้มครองป้องกันตัวและภยันตรายที่เกิดขึ้น  จำนวนรองลงมาคือ  เชื่อในปราฎิหาริย์และความศักดิ์สิทธิ์ของพระเครื่องรุ่นนั้นๆ  เป็นที่พึ่งทางใจ  ช่วยเสริมสร้างขวัญและกำลังใจในยามประสบปัญหา  และเก็บไว้เป็นมรดกตกทอดแก่ลูกหลาน  ตามลำดับ

ผู้ประกอบการมีพฤติกรรมการโฆษณาตนเองและร้านค้าของตนเองในนิตรสารพระเครื่อง  ในเวปไซด์พระเครื่อง  หรือข่าวสังคมในหนังสือพิมพ์รายวันที่มีบทความเกี่ยวกับพระเครื่อง  เพื่อเป็ฯการสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่นักสะสม  ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มยอดจำหน่ายพระเครื่องของตนเอง  จากข้อมูลที่พบว่าเงื่อนไขในการเข้าสู่ตลาดมีสูงมากไมว่าจะเป็นต้นทุนการเข้าสู่ตลาดที่มีราคาสูง  ความชำนาญพิเศษ  ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ เป็นต้น  จากข้อมูลพบว่าผู้ประกอบการได้ใช้ความไม่สมมาตรของข่าวสารในเรื่องราคา  ลักษณะพิมพ์ทรงของพระเครื่อง  ความยากง่ายในการขัดหา  และความสวยงาม  สมบูรณ์ของพระเครื่อง  เป็นปัจจัยในการกำหนดกลยุทธ์ในการทำธุรกิจ  ไม่ว่าจะเป็นการตั้งซื้อหรือราคาขายของพระเครื่อง  ตลอดจนการดำเนินกำหนดทิศทางของราคาและการจำกัดปริมาณพระเครื่องที่มีคุณภาพสมบูรณ์และหายากเพื่อเก็งกำไร ( Speculate ) อีกด้วย

2. แสงจันทร์  ศรีประเสริฐ  พ.ศ. 2547 ศึกษาเรื่อง “ธุรกิจพระเครื่องในมุมมองของแหล่งเงินนอกระบบ” สำหรับวิธีการศึกษา ใช้ 1)  การวิจัยแบบสำรวจ โดยทำข้อมูลสำรวจต่างๆ  เกี่ยวกับธุรกิจพระเครื่อง 2) การสัมภาษณ์โดยตรง  โดยการทำสัมภาษณ์หน่วยธุรกิจพระเครื่อง  ตั้งแต่เจ้าของแผงพระเครื่อง  เจ้าของศูนย์พระเครื่อง  รวมถึงเจ้าของกิจการตลาดพระเครื่อง 3) การออกแบสอบถาม  ทำการสำรวจโดยการออกแบบสอบถามความคิดเห็นของบุคคลผู้สนใจทั่วไปเกี่ยวกับการเช่าบูชาพระเครื่อง

ผลการศึกษาพบว่า  ธุรกิจพระเครื่องจะมีมูลค่าตลาดรวม 2,500 ล้านบาทตามมุมมองของผู้ทรงคุณทางด้านพระเครื่องและเจ้าของกิจการพระเครื่อง  ส่วนหน่วยงานที่สร้างพระเครื่องประมาณการไว้ 9,000 ล้านบาท  ในขณะที่ตัวเลขจากกลุ่มผู้สนใจทั่วไปสูงถึง 20,000 ล้านบาท

3. อรพันธุ์  สงวนเสริมดี  ทำการศึกษาวิจัยเรื่อง “ปัจจัยที่มีผลต่อความนิยมของพระเครื่อง  คณะพัฒนบริหารศาสตร์มหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาตร์  โดยงานวิจัยนี้ได้ศึกษาตัวแปรคือ ตัวแปรอิสระ  ได้แก่  ลักษณะทางพระพุทธศาสนา  ลักษณะทางจิตใจ  ประสบการณ์ทางพระพุทธศาสนา  และลักษณะการครอบครอง   ประกอบไปด้วยแหล่งที่มา  การใช้จ่าย  ลักษณะของพระ  เนื้อพระ  และพุทธคุณของพระเครื่อง  ส่วนตัวแปรตาม  คือ ความนิยมของพระเครื่องประกอบไปด้วยความชื่นชมความเก่าแก่และประวัติของพระสงฆ์  ความเชื่อในปราฎิหาริย์และอัศจรรย์เพื่อเป็ฯที่พึ่งระลึกถึงองค์สัมมาสัมพุทธเจ้าและเชื่อว่าพระเครื่องนั้นจะมีราคามากขึ้นในอนาคต

ส่วนวิธีการศึกษา  ใช้วิธีศึกษาเชิงวิจัยปริมาณ  โดยการเก็ฐรวบรวมใช้แบบสอบถาม  สำหรับผลการวิจัยพบว่า  ผู้ที่มีความเชื่อและการปฏิบัติตน  ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญทางพุทธศาสนา  อยู่ในเกณฑ์ขต่ำ  จะเป็นผู้ที่นิยมพระเครื่องโดยเชื่อในปาฏิหาริย์และความอัศจรรย์ของพระเครื่ององค์นั้น  และพบว่าลักษณะดังกล่าวมีอยู่สูง  จะพบอยู่ในกลุ่มที่มีพระเครื่องไว้เพื่อเป็นที่พึ่งระลึกถึงองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า  ลักษณะทางจิตของที่กลุ่มที่ศึกษาพบว่ากลุ่มที่เชื่อในปาฏิหาริย์และความอัศจรรย์ของพระเครื่องนั้น  มีภาวะของการควบคุมอารมณ์และความเชื่อมั่นในตนเองต่ำ  ซึ่งต่างจากพวกผู้ที่มีความนิยมเพราะความเก่าแก่และประวัติของพระสงฆ์ผู้สร้างพระเครื่องกับกลุ่มผู้ที่มีพระเครื่องเพื่อพึงระลึกถึงองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า  โดยลักษณะจิตใจนั้นของทั้งสองกลุ่มอยู่ในระดับปานกลางถึงสูงใกล้เคียงกัน  ผู้ที่มีประสบการณ์ทางพุทธศาสนาสูงคือมีโอกาสเข้าปฎิบัติกิจกรรมทางศาสนาจะเป็ฯกลุ่มของผู้ที่ครอบครองพระเครื่องไว้  เพื่อเป็ฯที่พึงระลึกถึงองค์สัมมาสัมพุทธเจ้า  และประสบการณ์ดังกล่าวมีน้อยมากในผู้ที่เชื่อว่าพระเตรื่องจะมีราคาสูงขึ้นในอนาคต  ลักษณะการครอบครองพบว่าพระเครื่องเป็นสิ่งนิยมให้หรือรับกันระหว่างบุคคลทุกกลุ่มของความนิยม  ยกเว้นแหล่งที่มีให้เช่าหาพระเครื่อง  ผู้ที่เชื่อว่าราคาพระเครื่องเพิ่มมากขึ้นจะเช่าหาเป็นส่วนใหญ่  และการเช่าหาของคนกลุ่มนี้เฉลี่ยจะสูงกว่าทุกกลุ่ม  พระพิมพ์ผงเป็นแบบพระและเนื้อพระที่นิยมในทุกกลุ่ม  ส่วนลักษณะพุทธคุณที่เชื่อว่าจะได้รับจากพระเครื่องนั้น  ด้านเมตตามหานิยมเป็นที่ต้องการของกลุ่มที่เชื่อว่าพระเครื่องจะมีราคามากในอนาคต  ส่วนแคล้วคลาดปลอดภัยจะพบในผู้ที่เชื่อในปาฎิหาริย์และความอัศจรรย์ของพระเครื่อง

จากกลุ่มตัวอย่างพบว่าความนิยมพระเครื่องเพื่อเป็นที่ระลึกถึงองค์สัมมาสัมพุทธเจ้ามีจำนวนน้อยกว่า  เมื่อเทียบกับความนิยมเพราะความเก่าแก่ของพระเครื่องและประวัติของพระสงฆ์ผู้สร้างพระเครื่อง  รวมทั้งเชื่อว่าพระเครื่องนั้นมีราคามากขึ้นในอนาคตรวมกัน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น